งานอีเว้นท์ กลยุทธ์การตลาดเชิงกิจกรรม

กลยุทธ์ทางการตลาดเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถขึ้นเรื่อยๆ ทำให้วิธีอะไรที่เคยนิยมในวันนี้ พรุ่งนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่คนไม่สนใจและใช้ไม่ได้ผล สังเกตได้จากในโลกออนไลน์ที่ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social Network หรือ Social Media ผู้ประกอบการต่างก็หยิบกลยุทธ์ทางการตลาดมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดทุกวิธีการล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เพื่อสร้างบุคคลิกภาพของแบรนด์ (Brand Personality) และเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) แต่… ถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ จะถูกผลิตขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไร ก็มีหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเสมอมาแม้ตอนนี้จะเข้าสู่ยุค Digital Transformation นั่นก็คือ “การตลาดเชิงกิจกรรม”

 

การตลาดเชิงกิจกรรม หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าการจัดงานอีเว้นท์ (Event Marketing) คือ การที่บริษัทหรือแบรนด์ออกมาจัดกิจกรรมอะไรบางอย่างเพื่อส่งเสริมสินค้า (บริการ) และชื่อเสียงของบริษัทให้เป็นที่ยอมรับ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งอาจกลายเป็นลูกค้าอนาคตได้เข้ามามีส่วนร่วม

โดยข้อดีของการทำการตลาดเชิงกิจกรรม หรือการจัดงานอีเว้นท์ คือ

  1. ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และสินค้า (บริการ) กับลูกค้า เพราะการจัดงานอีเว้นท์เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวแทนของแบรนด์ ที่ในที่นี้อาจเป็นได้ทั้งพนักงานไปจนถึงผู้บริหารได้พูดคุย รับฟังความคิดเห็นกับลูกค้าได้
  2. ช่วยสร้างการจดจำในแบรนด์ เพราะจากการที่งานอีเว้นท์เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และมั่นใจในคุณสมบัติของสินค้า
  3. ช่วยทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าหรือบริการ เนื่องจากการจัดงานอีเว้นท์ ทางแบรนด์สามารถสามารถเลือกกิจกรรมที่อยู่ในความสนใจของลูกค้าเป้าหมาย และสร้างโอกาสให้ลูกค้ารู้จัก และชอบตราสินค้ามากขึ้นได้
  4. ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้มากกว่าวิธีการอื่นๆ เพราะงานอีเว้นท์เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป้าหมายและบุคคลทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมและเกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน หรือดำเนินการส่งเสริมการขายไปพร้อมกันด้วย

ซึ่งการจัดงานอีเว้นท์นั้นมีได้หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่งานขนาดเล็กอย่างการออกบูธไปจนถึงงานขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นพัน เป็นหมื่นคน สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. การจัดงานประกวด (Contest) เป็นการจัดกิจกรรมการประกวดขึ้นมา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่คนนอกได้มีโอกาสเข้าร่วมและมีการมอบรางวัล ซึ่งในปัจจุบันนั้น การจัดประกวดกำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเพื่อหาตัวแทนที่จะมาเป็นนางแบบหรือถ่ายแบบให้กับแบรนด์หรือการประกวดความสามารถด้านอื่นๆ
  2. การจัดการแข่งขัน (Competition) เป็นการจัดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อทดสอบความสามารถต่างๆ มีได้ทั้งระดับเล็กในชุมชน ไปจนถึงระดับใหญ่ระดับประเทศเช่น การแข่งขันกีฬาสีชุมชน การแข่งขันกีฬารวมดาราช่อง xx
  3. การจัดงานฉลอง (Celebration) เป็นการจัดงานอีเว้นท์โดยใช้วาระโอกาสในวันสำคัญต่างๆ ที่อาจเป็นวันที่รู้จักกันเป็นสากล (วันสำคัญตามปฏิทิน) หรือวันสำคัญของแบรนด์ เช่น วันก่อตั้งแบรนด์ วันครอบปี ฯลฯ มาเป็นตัวจัดงาน
  4. การเปิดตัวสินค้าใหม่ (Launching) เป็นงานอีเว้นท์ที่องค์กร บริษัท หรือแบรนด์ได้นำนำเสนอผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์แล้ว ยังได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจเจ้าอื่นๆ

การจัดงานสัมมา (Seminar) เป็นงานอีเว้นท์ประเภทการให้ความรู้และข้อมูลแก่คนจำนวนมาก เช่น งานสัมมนาการขาย งานสัมมสนาสินค้า ฯลฯ มาก โดยอาจจัดเป็นแบบส่วนตัวภายในบริษัทหรือแบบสาธารณะให้คนนอกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมก็ได้

www.365creation.com บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์

วิธีดูแลแว่นตาและแว่นกันแดดให้เหมือนใหม่

มันเป็นเรื่องปกติที่ของที่มีการใช้งานนานแล้วจะเริ่มสกปรกหรือเสื่อมมภาพลง อย่างแว่นสายตา หรือแว่นกันแดด แต่ถ้าเรารู้จักวิธีที่ถนอมและดูรักษาอย่างถูกวิธีแล้วละก็ มันก็จะสามารถทำให้เรายืดระยะเวลาของการใช้งานได้เพิ่มขึ้นวันนี้เราจะพามารู้จักวิธีดูแลรักษา วิธีทำความสะอาด และวิธีการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี ทั้งงแว่นสายตา และ แว่นกันแดด

Giftgreats แว่นตา

สิ่งที่ควรปฏิบัติในการดูแลแว่นตาและแว่นกันแดด

  • สวมแว่นและถอดแว่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แว่นเสียรูปทรง และการถอดแว่นด้วยมือเดียว จะทำให้ขาแว่นตากางออกหนึ่งข้าง ทำให้แว่นเสียศูนย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการมองเห็น
  • หากต้องเช็ดแว่นควรใช้ผ้าเช็ดแว่นในการเช็ดแว่นที่เป็นไมโครไฟเบอร์โดยเฉพาะ หรือหากไม่มี ควรเลือกใช้ผ้าที่อ่อนนุ่ม เพื่อไม่ให้เลนส์แว่นเกิดรอยขูดขีด
  • ควรทำความสะอาดแว่นตาและแว่นกันแดดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งน้ำยาที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งน้ำยาทำความสะอาดแว่นโดยเฉพาะ และน้ำยาล้านจานที่นำมาผสมน้ำให้เจือจาง
  • หากใช้น้ำยาล้านจานในการทำความเลนส์แว่น ไม่ควรเทน้ำยาลงบนผิวเลนส์โดยตรง ให้ใช้นิ้วแตะมาถูที่เลนส์แว่นให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
  • ไม่ควรปล่อยให้แว่นแห้งเพราะจะทิ้งรอยคราบน้ำเอาไว้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการรักษาแว่นตาและแว่นกันแดด

  • เมื่อตัวแว่นมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพราะหลวม คับ หรือเสียรูปทรง ห้ามแก้ไขหรือปรับแต่งด้วยตนเอง การนำแว่นตาไปติดต่อทางร้านเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดคว่ำหน้าลงกับพื้น / ในกระเป๋าเสื้อ เนื่องจากจะทำให้เลนส์แว่นเกิดรอยขีดข่วนจากสิ่งของ ทางที่ดีเมื่อใช้งานเสร็จ ควรเก็บแว่นลงกล่องหรือซองแว่นที่มีความแข็งแรงทุกครั้ง เพื่อป้องกันรักษาแว่นตาและเลนส์ให้ใช้ได้นาน และไม่เป็นรอย
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อเชิ้ต ผ้าลินิน และผ้าที่ทำจากขนสัตว์เช็ดเลนส์แว่น เพราะผ้าเหล่านี้มีเนื้อแข็งและหยาบ อาจจะทำให้เกิดรอยในระหว่างที่เช็ด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดไว้ในบริเวณที่มีแสงอาทิตย์นส่องขึ้นหรือมีความร้อน เช่น บริเวณคอนโซลรถยนต์ที่จอดกลางแดดเป็นเวลานาน บริเวณที่มีไอน้ำหรือลมร้อน อย่างในห้องน้ำร้อน ห้องซาวน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแว่นที่ทำจากวัสดุพลาสติก เพราะความร้อนอาจทำให้รูปทรงเปลี่ยนได้
  • ล้างเลนส์แว่นตาโดยใช้สบู่ เนื่องจากสบู่มีส่วนผสมของไขมันสัตว์ ที่จะทำให้ผิวเลนส์หนืด และทำให้ผิวเลนส์มัลติโค้ดเสีย
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้เลนส์แว่นโดนสารเคมีจำพวกน้ำหอม สเปรย์ฉีดผม น้ำยาเช็ดกระจก ฯลฯ ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวเลนส์ได้

เพียงไม่กี่วิธีป้องกันและวิธีดูแลง่ายๆ เท่านี้แว่นสายตาและแว่นกันแดดของคุณก็จะดูเหมือนใหม่ สามารถใช้งานได้นาน และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อยๆ แน่นอน

 

ขอบคุณภาพ แว่นตา จาก Giftgreats 

เปิดโผรายได้ 10 อันดับทีมฟุตบอลหลังจบเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017

จบไปแล้วสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016-2017 ที่ผ่านมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2017 ซึ่งเงินที่แต่ละทีมจะได้ในการแข่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ นั่นคือเงินที่การันตีว่าจะได้แน่นอน และเงินที่ได้ตามความสามารถและผลงานของทีม สำหรับเงินการันตีว่าจะได้แน่นอนคือ เงินก้อนโตที่ทางพรีเมียร์การันตีว่าจะจ่ายให้ทุกทีม ซึ่งในฤดูกาล 2016-2017 ทุกทีมจะได้เงินกันทีมละ 79,151,989 ปอนด์ หรือประมาณ 3,488,368,259 บาทไทย

อันดับทีมฟุตบอล

ซึ่งได้มาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศราว 35 ล้านปอนด์, จากต่างประเทศอีก 39 ล้านปอนด์ และค่าโฆษณาส่วนกลางอีก 4.7 ล้านปอนด์ ส่วนที่สองนั้นคือเงินรางวัลตามผลงานของทีม ในแต่ละอันดับทีมฟุตบอลในลีก จะได้เงินต่างกันราวๆ 1.9 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 83,736,363 บาทไทย และแต่ละทีมจะได้เงินจากการถ่ายทอดสดด้วย ซึ่งถ้าเป็นทีมที่ถูกถ่ายทอดสดบ่อยครั้งก็จะยิ่งได้ส่วนแบ่งมากขึ้น

สำหรับในฤดูกาล 2016-2017 ที่ผ่านมา แต่สำหรับทีมทัพปีศาจแดงที่มีเกมลงแข่งขันมาก พวกเขาก็จะได้เงินมากขึ้น และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงได้เงินในส่วนนี้มากกว่าอาร์เซนอล แม้ว่าจะจบอันดับต่ำกว่าก็ตาม ส่วนทีมที่มีการถ่ายทอดสดมากที่สุดในฤดูกาล 2016-2017 นั่นคือทีมลิเวอร์พูลที่มีการถ่ายทอดสดทั้งหมด 29 นัด ได้เงินจากส่วนนี้ไปถึง 33.9 ล้านปอนด์ ประมาณ 1,494,033,005 บาทไทย แล้ว10 อันดับทีมฟุตบอลอื่นๆหละได้เงินหลังจบการแข่งขันไปเท่าไหร่กัน

สรุปผล 4 ลีกดังในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

ในช่วงฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลเป็นช่วงที่แฟนบอลหลายคนตั้งตารอการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละวัน หลายคนมีทีมโปรดที่รอเชียร์อยู่ในใจ ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลจะมีหลากหลายลีก ในแต่ละประเทศก็จะมีชื่อเรียกฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลที่แตกต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล ใน 4 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน สเปน อิตาลี และสรุปผลการแข่งขันในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

  • พรีเมียร์ลีก (Premier League : England)

ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษจัดตั้งขึ้นในปี 1992

ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะมีการแข่งขันทั้งหมด 3 ลีก

: ลีกที่ 1 พรีเมียร์ลีก (Premier League)

: ลีกที่ 2 อีเอฟเอแชมป์เปียนชิพ (EFA Champion Ship)

: ลีกที่ 3 อีเอฟแอลลีกวัน (EFL League One)

– ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ได้แก่

: แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United), ลิเวอร์พูล (Liverpool), อาร์เซนอล (Arsenal), เชลซี (Chelsea)

– ระบบการแข่งขันพรีเมียร์ลีก (Premier League)

มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนน ตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุด จะต้องตกชั้นไปเล่นในลีกที่ 2 อีเอฟเอแชมป์เปียนชิพ (EFA Champion Ship) 4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมป์เปียนลีก (EUFA Champion League) โดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม (ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (EUFA Europa League) และทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ สิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีกจะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของพรีเมียร์ลีกแทน

-รายชื่อทีมฟุตบอลในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

: เอเอฟซีบอร์นมัท (AFC Bournemouth), อาร์เซนอล (Arsenal), เบิร์นลีย์ (Burnley), เชลซี (Chelsea), คริสตัลพาเลซ (Crystal Palace), เอฟเวอร์ตัน (Everton), อัลส์ซิตี (Hull City), เลสเตอร์ซิตี (Leicester City), ลิเวอร์พูล (Liverpool), แมนเชสเตอร์ซิตี (Manchester City), แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United), มิดเดิลส์เบรอ (Middlesbrough), เซาแทมป์ตัน (Southampton), สโตกซิตี (Stoke City), ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland), สวอนซิตี (Swansea City), ทอตนัมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur), วอตฟอร์ด (Watford), เวสต์บรอมมิชอัลเบียน (West Bromwich Albion), เวสต์แฮมยูไนเต็ด (West Ham United)

– สรุปผลตารางคะแนนฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

อันดับ ชื่อทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ คะแนน
1 เชลซี (Chelsea) 38 30 3 5 93
2 ทอตนัมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) 38 26 8 4 86
3 แมนเชสเตอร์ซิตี (Manchester City) 38 23 9 6 78
4 ลิเวอร์พูล (Liverpool) 38 22 10 6 76
5 อาร์เซนอล (Arsenal) 38 23 6 9 75

– แชมป์พรีเมียร์ลีก (Premier League) ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017

: เชลซี (Chelsea) ด้วยคะแนน 93 คะแนน

Continue reading “สรุปผล 4 ลีกดังในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลปี 2016-2017”